{ เรื่องสั้น } Chopin Man

posted on 30 Oct 2010 20:17 by lollipopstudio in mySTUFF
 
จริงๆแล้วมันก็ยังไม่ใช่เรื่องสั้นที่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่
เรียกว่าเป็นบางชิ้นบางส่วนที่ตัดออกมาจากเรื่องทั้งหมดจะดีกว่า
Chopin Man เป็นอะไรที่ตั้งใจจะเขียนมานานมากแล้ว
ตั้งใจจะให้มันเป็นเรื่องสั้นสี่เรื่องที่อยู่ในชุดเดียวกัน

ถ้าเขียนจบแล้วทั้งสี่เรื่อง จะเอาเวอร์ชั่นเต็มๆมาลงอีกทีค่ะ : )
 
 
 
 

CHOPIN MAN

1.

ฉันคิดว่าตัวเองกำลังตกหลุมรัก

เมื่อราวๆสองชั่วโมงก่อนหน้านี้น่ะนะ

เขาเป็นผู้ชายที่เมื่อเห็นครั้งแรกแล้ว ก็ต้องทำทีเป็นหันไปมองอีกบ่อยๆ เอ นี่มันสถานีอะไรแล้วนะ แล้วก็ชะเง้อหน้าออกไปดูนอกกระจกตอนรถเทียบที่สถานีเพลินจิต เป็นผู้ชายที่แค่มองหน้าแล้วมันก็เพลิดเพลินจิตใจดีจริงๆ เขาไม่ได้หล่อเหลาเอาการหรือว่าทำผมทรงประหลาดพิลึกพิลั่นหรอกนะ แต่ว่าเป็นผู้ชายท่าทางสะอาด ตัวสูง แล้วก็ดูมีบุคลิกภาพที่พวกโมเดลลิ่งอยากเดินเข้าไปแจกนามบัตร

นั่นเป็นความคิดแรกตอนที่ฉันได้เห็น

ดูดีเป็นบ้า

ฉันเปล่าทำตัวมีพิรุธหรือหัวเราะคิกคักแบบในการ์ตูนเวลาพวกผู้หญิงเจอชายในฝันหรอกนะ เพราะเขาก็ไม่ได้ดูชวนฝันขนาดนั้น ฉันเพียงแค่กระชับปลายนิ้วของตัวเองให้เกาะกับขอบกระดาษโน้ตของตัวเองให้มากขึ้น แล้วทำสีหน้าเหมือนกับว่านี่ก็เป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง

ฝ่ามือของเขาดูใหญ่กว่าคนทั่วๆไป ซึ่งถ้าจะเทียบกับความสูงนั่นก็พอจะเข้าใจได้อยู่

ฉันกะพริบตาหลายๆทีติดกัน รู้สึกว่ายากจริงๆที่จะระงับความปลาบปลื้มไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า

สมมติว่านี่เป็นหนังรัก เพลง Minute Waltz จะดังขึ้นเบาๆคลอ แล้วชื่อเรื่องก็จะปรากฏอยู่ตรงมุมซ้ายของจอ ซึ่งก็คือตรงที่ว่างข้างๆฉันนี่ พาดทับหน้าพวกผู้โดยสารตัวประกอบคนอื่นที่ยืนอยู่ข้างๆ

ฉันเคยเห็นภาพสีขาวดำในหนังสืออ้างอิงแพงๆที่ชอบไปนั่งเปิดดูเป็นชั่วโมงตามร้านหนังสือ ภาพฝ่ามือของโชแปงที่ดูแล้วน่าประทับใจชะมัด มือของคนแบบที่เกิดมาเพื่อจะเล่นเปียโน โหแหะ ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นนักเปียโน โลกนี้คงมหัศจรรย์น่าดู

 

นั่นเป็นความคิดเมื่อสองชั่วโมงก่อน

ก่อนหน้าที่ฉันจะได้รู้ความจริงว่าเขามันเป็นพวกหลงคิดว่าตัวเองหน้าตาดี อารมณ์ร้าย โลกส่วนตัวสูงแบบไม่รู้จักเวล่ำเวลา จิตตก คิดมาก อ้อแล้วก็เล่นเปียโนด้วยจ้า แต่ว่าห่วยชะมัดเลย แถมยังเป็นพวกหัวสูงแบบน่ารังเกียจอีกต่างหาก

 

2.

ฉันพบเขาที่ร้านหนังสือ

มันเป็นวันที่ฝนตกกระหน่ำ ฉันรู้เมื่อมองออกไปนอกบานกระจกกว้างตรงลิฟต์แก้ว

ในวันนั้นเขาเพิ่งถูกผู้หญิงซักคนบอกเลิก เสื้อเชิ้ตมีรอยเปื้อนของน้ำฝนเต็มไปหมด เขาคงลืมฉีดอาฟเตอร์เชฟ หรือไม่กลิ่นของมันก็โดนกลบไปหมดแล้วด้วยความชื้นแฉะจากการวิ่งตากฝน เขายืนอยู่หน้าชั้นหนังสือที่ฉันอยากดู และก็ไม่ยอมไปไหนเสียนานจนสุดท้ายฉันก็ไม่ได้เลือกหนังสือเล่มที่ต้องการ

เขาสวมแว่นสานตากรอบดำ แบบที่ดูนำสมัยมากกว่าจะเฉิ่มเชย แต่ดูท่าทางก็รู้ว่าไม่ใช่คนแต่งตัวจัด

 

นั่นเป็นความคิดวูบแรกเมื่อฉันได้พบก็ผู้ชายตัวสูงผมสีดำสนิทคนนั้น

ก่อนที่สองชั่วโมงถัดมา ฉันจะค้นพบความจริงที่ว่าเขามันเป็นผู้ชายโรคจิตที่มือเพิ่งจะผ่านการฆาตกรรมมาหมาดๆ

ก่อนที่สองสัปดาห์ถัดจากนั้น เขาจะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าฉันอีกครั้งในฐานะคุณครูสอนเปียโนคนใหม่ เยี่ยมไปเลยซินะ ชีวิต

 

3.

ห้องเล็กๆขนาดพอแค่เปียโนขนาดไม่ใหญ่หนึ่งหลัง เก้าอี้หนึ่งตัวและคนสองคน เรียงกันอยู่เป็นตับในโรงเรียนสอนดนตรี

เขาเป็นนักเรียนเจ้าของช่วงเวลาบ่ายโมงตรงถึงบ่ายสามในห้องเล็กๆที่อยู่ถัดไปจากห้องของฉัน เขาจะมาช้าไปครึ่งชั่วโมงอยู่เสมอ ใบหน้าบูดบึ้ง ผมตัดสั้นแบบเด็กนักเรียนมัธยมฯต้น กระเป๋าสะพายที่เดาไม่ถูกว่าอัดแน่นไปด้วยอะไร

ห้องเรียนของฉันอยู่ถัดไปจากเขา ฉันเข้าเรียนตอนบ่ายโมงตรง และเลิกในเวลาบ่ายสองโมงตรงพอดิบพอดีเช่นกัน

ฉันเรียนกับคุณครูเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพราะแม่อยากให้จริงจังกับการสอบเข้ามหา’ลัยมากกว่า

ฉันรู้ว่าเขาเรียนถึงบ่ายสามโมงเพราะเคยเดินย้อนกลับมาหยิบโน้ตเพลงที่ลืมทิ้งไว้หนหนึ่ง

 

ฉันเคยลองเงี่ยหูฟังเสียงเปียที่ดังมาจากห้องข้างๆ

แล้วฉันก็รู้สึกละอายใจที่เด็กผู้ชายที่อายุน่าจะน้อยกว่าราวๆสามปีได้ กลับเล่นเปียโนด้วยฝีมือที่น่าจากนำห่างจากฉันไปไกลโข

 

วันหนึ่ง ในเวลาบ่ายสองโมงกว่าๆ ฉันกำลังทวนเพลง All of me ของ Jon Schmidt เป็นรอบที่ร้อยกว่าๆได้ เสียงเคาะหลังมือกับบานกระจกตรงประตูก็ดังขึ้น ฉันจึงหันหน้าไป เขาเปิดประตูเข้ามา แล้วถามว่า ฉันพอจะมีโน๊ต Sonata ของโชแปงบ้างไหม เนื่องจากโชแปงเป็นผู้ชายคนโปรดตลอดกาลของฉัน หนังสือโน้ตเพลงของเขาจึงอยู่ในกระเป๋าของฉันเสมอ

‘ขอบคุณครับ’

เสียงของเขา ฟังแล้วตัวเบาหวิว ลอยขึ้นจรดเพดานห้องอย่างกับเสียงเพลงของโชแปง

 

4.

คุณตาแกแก่มากแล้ว แต่หูกับไม่ได้ตึงจนฟังเสียงอะไรไม่ค่อยชัดเหมือนคนแก่ทั่วๆไป ยังหูดีชนิดที่ว่าฉันยังทึ่งทุกครั้งที่ได้พบ อดจะสงสัยไม่ได้ว่าตอนหนุ่มๆ แกจะเนื้อหอมฟุ้งซักแค่ไหน เพราะวิธีการแต่งเนื้อแต่งตัวแบบผู้ดีอย่างที่ฉันได้เห็นในรูปถ่ายใบเก่าบวกกับท่าทางคล่องแคล่วยามแกอยู่ใกล้ๆเครื่องดนตรีไม่ว่าจะชนิดไหนแล้ว มันทำให้ฉันอดจะคิดไม่ได้ว่าพวกผู้หญิงรุ่นย่าๆยายๆคงพากันเคลิ้ม

แกไม่ใช่คุณตาของฉันจริงๆหรอก แต่เป็นชายชราพูดน้อยที่ฉันได้พบเมื่อคราวเอาไวโอลินตัวเก่าของพ่อไปซ่อม พ่อของฉันก็เป็นผู้ชายที่พูดน้อย ยิ่งเมื่อหลังจากเลิกกับแม่แล้ว พ่อก็แทบจะไม่พูดเมื่อฉันไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามไถ่ขึ้นมาก่อน ฉันเองก็เป็นคนพูดน้อย ดังนั้นเมื่อต้องนั่งรอคุณตาพิจารณาไวโอลินตัวเก่าอยู่ในความเงียบจึงไม่รู้สึกอึดอัดอะไร เงยหน้าขึ้นตอบคำถามบ้างเมื่อถูกถาม แล้วก็กวาดสายตาไปมองให้ทั่วร้าน ฉันจากร้านซ่อมเครื่องดนตรีเก่าคร่ำครึตรงซอกตึกเมื่อคุณตาแกบอกให้กลับมารับในอีกสองวัน

ฉันชอบความเงียบ ถัดจากนั้นถึงเป็นเสียงดนตรี และเสียงคนคุยกันดังระงมอยู่ในอันดับท้ายสุด

 

Comment

Comment:

Tweet

^ ^

#1 By AtPark on 2010-10-30 23:44