[SF] "BOYFRIEND" ♥ MINKEY

posted on 29 Oct 2009 10:36 by lollipopstudio  in myFICTION

 

 "BoYFRiEND"
COUPLE: MINKEY
GENRE: ROMANTIC
RATE: PG-13

 ..............................................

 

 

 

 
 
 
 
 
 

ดาวของฉัน...

 

ดาวของเธอ...

 

อยู่ห่างกันคนละฟากฟ้า

 

 

 

 

 

            ถึงจะเสียบหูฟังไว้ทั้งสองข้าง แต่ก็ไม่วายที่เสียงดนตรีจังหวะหนักๆจากด้านในห้องจะดังลอดออกมาให้ได้ยิน

 

 

            เสียงเบสดังก้องขึ้นเรื่อยๆในช่วงฮุคสุดท้าย ดังจนเหมือนกำลังบังคับจังหวะหัวใจให้เต้นตาม

 

 

            คีย์ต้องยกนิ้วขึ้นมากดหูฟังสองข้างให้แน่นขึ้น พร้อมกับเร่งเสียงวอลลุ่มไอพอดของตัวเอง แต่ก็ยังไม่พ้นไอ้เสียงจังหวะเบสตึงๆตังๆนี่แหละ ที่ทำให้เขารู้ว่าอย่างไรเสียก็คงต้องยอมแพ้ลำโพงเครื่องใหญ่ที่เจ้าของห้องซ้อมอ้างว่าระดับเดียวกันกับที่ใช้ตามงานคอนเสิร์ต

 

 

            เรื่องคุณภาพของลำโพงนะ เขาไม่นึกสงสัย

 

            แต่อยากจะรู้นัก ว่าตกลงห้องซ้อมนี่มันเก็บเสียงได้จริงๆหรือเปล่า

 

 

            ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นประตูห้องซ้อมดนตรีก็เปิดออก เสียงประตูที่ถูกเปิดไปกระแทกกับฝาผนังทำเอาคนที่นั่งรออยู่ถึงกับสะดุ้ง

 

            หูฟังสองข้างถูกถอดเก็บ ตอนนี้คีย์เริ่มจะรู้สึกว่าหูของตัวเองกำลังระบมเพราะการฟังเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานๆโดยไม่รู้ตัว

 

 

            เฮ้ย วันนี้สุดยอดมากๆ ถ้าวันแข่งเล่นได้ยังงี้ แมวมองที่ไหนเห็นก็ต้องลากไปเซ็นสัญญา

 

            ฟังคำโอ้ของพ่อนักร้องนำประจำวงแล้วคีย์ก็ต้องแอบกรอกตาอย่างนึกขัน ถึงจะรู้ว่าฝีมือของเหล่าเด็กชายในชุดมัธยมปลายที่พากันเดินออกจากห้องซ้อมจะดีจริงอย่างที่ว่าไว้ก็เถอะ แต่พูดชมกันเองซะขนาดนี้ ไม่นึกกระดากใจเลยหรือไงกันนะ

 

 

            อะ อ้าว ว่าไงละเนี่ยคุณคิบอม น่าเสียดายต้องนั่งรอแฟนอยู่ข้างนอก ก็เรื่องเพลงเนี่ยมันเป็นความลับเฉพาะของคนในวงเท่านั่นนี

 

            จงฮยอนยังคงกระหยิ่มยิ้ม แล้วเดินมานั่งลงที่ด้านข้างของเขา ท่าทางจะรู้สึกเสียดายแทนตัวเขาจริงๆที่ไม่มีโอกาสได้ร่วมเข้าชมการซ้อมเพลงใหม่ที่เจ้าตัวเพิ่งจะแต่งเสร็จ

 

            ยังไงก็ได้ฟังวันจริงอยู่แล้วนี่

 

            คีย์ฉีกยิ้มพูดเนือยๆ ถึงในใจจะกำลังคิดอยู่ว่านั่งข้างนอกนี่ก็ได้ยินไอ้เพลงที่บอกว่าเป็นความลับสุดยอดของวงดังกระแทกหูมาหลายสิบรอบแล้ว

 

            จริงด้วย วันนั้นอย่าลืมไปแต่เช้าล่ะ เดี๋ยวที่แถวหน้าเต็มหมด

 

            พูดเตือนอย่างจริงจังแล้วตบบ่าสองสามทีก่อนจะเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นๆ

 

            คีย์โบกมือลาเพื่อนๆที่ต่างก็แบกอุปกรณ์ดนตรีนั่นโน่นนี่ของตัวเองไว้เต็มตัว

 

 

เด็กหนุ่มคนสุดท้ายเดินออกมาจากห้องซ้อมดนตรี รูปร่างสูงโปร่งกว่าเด็กคนอื่นในรุ่นเดียวกันทำให้เขามักเป็นที่สังเกตอยู่เสมอ ผมยุ่งๆที่เริ่มยาวระต้นคอเพราะเจ้าตัวไม่ค่อยจะสนใจดูแลตัวเองกลับทำให้ใบหน้าคมดูโดดเด่นขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ


ประตูห้องซ้อมปิดลง พร้อมกับคนตัวสูงที่เดินมาหยุดลงตรงหน้า ยังคงสะพายกระเป๋าใส่กีตาร์เบสใบโตไว้ที่กลางหลัง

 

ก็นี่แหละ สาเหตุที่ต้องมานั่งรอ...

 

 

รอนานมั๊ย?

 

นานมากกกกก~” ตอบลากเสียงยาวแล้วทำหน้าตายุ่งเหยิงใส่ แต่มันกลับทำให้คนที่ยืนอยู่หัวเราะอย่างขบขันมากกว่าจะรู้สึกผิด

 

คีย์ถูกฉุดให้ลุกขึ้นแล้วพาลากออกด้านนอก

 

 

คนนี้แหละ มินโฮ...

 

 

 

เวลาหาวนะ ปิดปากด้วย

 

พูดแล้วก็เอามือมาปิดปากคนตัวเล็กที่เอาแต่หาววอดๆตลอดทางเดินกลับบ้าน

 

 

คนนี้แหละ แฟนผม...

 

 

 

ก็มันง่วงนี่นา

 

คีย์ส่งเสียงหงองแหงอย่างไม่ใส่ใจ เอนหัวหนีห่าง แกล้งเอามือสองข้างไพล่หลังแล้วอ้าปากหาวกว้างๆ

 

 

มินโฮมองท่าทางที่เหมือนยิ่งว่าก็ยิ่งยุของคนตัวเล็ก

 

ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมารอก็ได้

 

 

ไม่มีคำตอบกลับมาจากคีย์ แต่เสียงบ่นนั่นบ่นนี่ของทั้งสองคนก็ยังคงดังไปตลอดทาง

 

 

 

 

 

 

คนหนึ่งชอบฟังเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อค ส่วนอีกคนฟังแต่ป็อปแดนซ์

 

...

แปลกดีที่เราเป็นแฟนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คีย์ไล่สายตาดูหนังสือพิมพ์หลายฉบับหลายยี่ห้อบนแผงหนังสือ คิ้วขมวดเป็นปมกับจำนวนที่หลากหลายของหนังสือพิมพ์หัวต่างๆ สองตายังคงมองหาฉบับเล็กๆที่มีพาดหัวข่าวเกี่ยวกับกีฬา

 

มือเอื้อมไปหยิบฉบับบนสุดออกมา พลิกดูทั้งด้านหน้าด้านหลังแล้วก็ยังไม่แน่ใจต้องลองตะโกนถามคนขาย

 

 

พี่ฮะ ฉบับนี่มีรายงานผลแมตช์เมื่อคืนใช่มั๊ย

 

คนขายหันมาทางเขา ท่าทางยังดูเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่นแต่ก็พยักหน้าให้

 

 

แล้วมีบรรยายเหตุการณ์แบบละเอียดหรือเปล่าฮะ

 

คนขายคนเดิมยังคงพยักหน้าเร็วๆให้อีกรอบ

 

 

ทุกวินาทีเลยนะ ใครทำฟาวล์ ใครโดนขัดขา ใครแกล้งถ่วงเวลา...

 

 

มี!” คำตอบเสียงดังกลับมาท่าทางจะหงุดหงิดนิดหน่อยที่เจอลูกค้าเรื่องมากแต่เช้า

 

 

คีย์เลยตอบกลับเสียงอ่อยๆ

 

งั้นผมเอาฉบับหนึ่งฮะ

 

 

 

 

 

 

 

 

หนังสือพิมพ์กีฬาฉบับกรอบเช้าถูกโยนใส่หน้าคนมาสายที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องเรียน

 

มินโฮรับไว้ได้พอดี แล้วก็หาวเสียฟอดใหญ่ก่อนจะทรุดนั่งลงตรงที่นั่งตัวประจำที่ข้างๆ

 

 

เมื่อคืนก็อยู่ดูตั้งดึก แล้วยังต้องให้ซื้อมาอ่านอีกทำมั๊ยเล่า?

 

 

เห็นคนที่นอนฟุบลงไปกับโต๊ะทันทีที่มาถึงแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถาม ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าคงนอนดูฟุตบอลแมตช์สำคัญเมื่อคืนจนไม่ได้หลับได้นอน แต่ยังส่งข้อความมาฝากเขาให้ซื้อหนังสือพิมพ์รายงานผลให้อีกนี่ซิ

 

 

ดูอยู่คู่เดียวเอง มันเล่นพร้อมกัน ที่บ้านไม่ได้มีทีวีหลายเครื่องนะ

 

ตะแคงหน้าที่วางแนบกับแขนต่างหมอนมาหา แล้วต่อความเสียยืดยาว

 

 

ง่วงมากนักก็ไม่ต้องมาโรงเรียนซิ

 

ไม่เอาหรอก วันนี้มีวิชาพละ

 

 

ฟังเหตุผลสุดเอาแต่ใจของคนตัวโตข้างๆแล้วก็ทำหน้าเบ้ โตป่านนี้แล้ว ยังพูดจาเป็นเด็กชะมัด

 

แล้วถ้าวันนี้ไม่มา แล้วคีย์จะอยู่กับใครล่ะ

 

 

ฉันมีเพื่อนตั้งแยะแยะ กลับบ้านไปเลยไปคีย์ยังคงอารมณ์ไม่ดี แล้วหันไปทำหน้าดุใส่

 

 

แต่ฉันอยากอยู่กับคีย์นะ...

 

 

กลับเป็นคนขี้โวยวายที่รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

 

เขินเหรอเนี่ย มินโฮรับผลุบขึ้นจากโต๊ะแล้วขยับไปหา พยายามจะสะกิดคนตัวเล็กให้หันหน้ากลับมา

 

จะบ้าเหรอไง! เขินอะไรกันเล่า คีย์เอารีบปัดไม้ปัดมืออีกคนที่พยายามจะแกะมือเขาที่ยกขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้

 

เขินจริงๆด้วย หน้าแดงใหญ่เลย หัวเราะชอบใจใหญ่ แต่ก็ยังคงไม่ยอมเลิกแกล้ง พยายามจะให้คนข้างๆหันมาหาเต็มๆตัวอยู่นั่น

 

บอกว่าไม่ได้เขินไง ไม่ได้เขินๆๆๆๆ!!”

 

 

ยิ่งคีย์โวยวายเสียงดัง มินโฮก็ยิ่งหัวเราะชอบใจ จนเพื่อนในห้องที่นั่งอยู่ใกล้อดจะหันมายิ้มใสให้กับท่าทางน่ารักของทั้งคู่ไม่ได้ จากเสียงหัวเราะกับท่าทางตลกๆของคีย์ เลยเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเสียงเชียร์มินโฮให้แกล้งคนขี้เขินไปโดยปริยาย

 

 

 

 

 

คนหนึ่งเป็นพวกบ้าฟุตบอล ส่วนอีกคนเกลียดการเล่นกีฬาทุกชนิดเสียยิ่งกว่าอะไร

 

...

แปลกดีที่เราเป็นแฟนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดูอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังผี

 

คีย์รีบพูดดักเมื่อมินโฮขอความเห็นจากเขา

 

 

ทั้งคู่กำลังยืนอยู่หน้าตารางฉายภาพยนตร์ประจำวันของโรงภาพยนตร์ชื่อดังใจกลางเมือง ดูเหมือนมันจะกลายเป็นที่หมายสำหรับคู่เดท และกลุ่มเด็กวัยรุ่นอีกหลายคนในวันหยุด บริเวณที่ซื้อตั๋วและร้านขายป็อปคอร์นเครื่องดื่มถึงเต็มไปด้วยคนมากมาย

 

 

ฉันก็ดูอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังรัก

 

หนังรักไม่ดียังไง พอเห็นคนตัวสูงให้ความเห็นที่ฟังแล้วบาดหูแบบนั้นเลยต้องรีบหันขวับไปถาม

 

ไม่ใช่ไม่ดีซะหน่อย มินโฮตอบหน้านิ่ง ก็ดูทีไหร่ คีย์ร้องไห้ฟูมฟายกลางโรงทุกทีเลย

 

 

 

งั้นก็ดูอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังแอ็คชั่น ดูแล้วปวดหัว ร่างเล็กยังคงพูดแจ๋วๆ

 

แล้วก็อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังตลก มีแต่พวกมุขฝืดๆ

 

 

 

 

ก็เพราะเป็นแบบนี้ไปซะทุกที สุดท้ายเลยมักลงเอยด้วยการดูหนังชีวิตสะเทือนอารมณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

สะเทือนมากๆเลยด้วย

 

 

ฮะๆ คีย์กำลังยืนหัวเราะ ปลายเท้าพยามจะเขย่งยื่นผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตาให้อีกคน โอ๋ๆ อย่าร้องน้า มันเป็นแค่หนังน้า

 

พอแล้วน่า ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ยังรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาที่ซึมอยู่อย่างลวกๆ

 

 

คีย์มองดูแล้วก็อมยิ้ม เห็นพ่อคนหน้านิ่งร้องไห้แบบนี้บ้าง มันก็แปลกดีเหมือนกัน ความจริงเขาว่าหนังมันก็ออกจะเศร้ามากๆอยู่หรอก แต่พอหันไปเจอคนตัวสูงข้างๆกำลังนั่งกลั้นน้ำตาแล้ว น้ำตาตัวเองที่กำลังจะไหล มันก็ดันหยุดขึ้นมาเสียนี่

 

 

ก็หนังมันเศร้าจริงๆนี่ เศร้าเกินจริงมากๆด้วย ส่งผ้าเช็ดหน้าคืนแล้วก็รีบโทษภาพยนตร์ที่พาดสโลแกนไว้ก่อนจะเข้าชมแล้วว่าเป็นหนังสะเทือนอารมณ์ตีแผ่ชีวิตด้านมืดของสังคม

 

อ่าๆ รู้แล้วน่าว่าหนังมันเศร้า

 

คีย์ไม่เห็นจะร้องไห้

 

คนตัวเล็กยิ้มหวานให้กับคำถามนั้น นั่นซิแปลกจัง ปกติถ้ามากับเพื่อน เจอหนังเศร้าขนาดนี้ละก็ หมดน้ำตาไปเป็นลิตรแล้ว รับรองได้

 

ก็ถ้าฉันร้องไห้ แล้วใครจะคอยปลอบมินโฮล่ะ?

 

 

 

 

 

คนหนึ่งชอบดูหนังแอ็คชั่นระทึกขวัญ ส่วนอีกคนหนึ่งก็ชอบดูหนังรักหวานแหวว

 

...

แปลกดีที่เราเป็นแฟนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

 

ในอ้อมแขนของคีย์มีใบปิดประกาศรับสมัครนักดนตรีเข้าวงอยู่เกือบร้อยแผ่น การหอบกระดาษปึกหนาแบบนี้นานๆ ไหนยังจะต้องหาทำเลติดประกาศตามซอกมุมของโรงเรียนอีก มันก็ชักจะทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ ถ้าไม่ติดที่คนฝากงานนี้มาให้ทำเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ประถมฯอย่างคิมจงฮยอนคนดังแล้วละก็ ปานนี้เขาคงโยนไอ้โปสเตอร์บ้าๆนี่ทิ้งขยะไปนานแล้ว

 

 

คีย์ค่อยๆบรรจงแปะกระดาษอีกใบหนึ่งที่ผนังใกล้กับทางเข้าห้องน้ำชาย และก็เพื่อดึงดูความสนใจจากคนที่เดินผ่านไปผ่านและที่สำคัญคือเขาขี้เกียจเดินแปะเรื่อยๆทีละแผ่น คีย์เลยจัดการติดใบปิดประกาศเรียงต่อกันเกือบสิบใบที่ตรงนั้น

 

ระหว่างที่ง่วนอยู่กับการจัดการกระดาษแผ่นสุดท้ายนั่นเอง เสียงหนึ่งก็ดังถามขึ้นข้างๆ

 

 

เขาออดิชั่นกันที่ไหนเหรอครับ?

 

 

ความจริง คิม คิบอมก็ทำงานประสบความสำเร็จใช่ได้ นี่เพิ่งจะแปะไปไม่ถึงนาทีก็มีคนเดินมาอ่านซะแล้ว แต่คำถามงี่เง่านั่นก็ทำให้เขาไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ เลยหันไปตอบแบบวีนๆอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

มีตาก็อ่านเอาซิ! …”

 

 

แล้วก็รีบหันกลับมาขวับ

 

 

อ้อ ขอบคุณครับ

 

เจ้าของคำถามที่ดูเหมือนจะยิ้มอยู่หน่อยๆยังคงตอบกลับมาก่อนจะเดินจากไป

 

 

ทิ้งให้คนแปะโปสเตอร์แอบถอนหายใจพรืด

 

 

ก็นะ... ก็ถ้าคีย์รู้ว่าจะหันไปแล้วเจอผู้ชายหล่อขนาดนั้น คงจะไม่หันไปตะคอกตั้งแต่แรกแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มันไม่ใช่โกงการอะไรของเขาที่ต้องมารวมฟังไอ้การออดิชั่นเข้าวงดนตรีสุดหรูเลิศของคุณเพื่อนรักเลยซักนิด แต่เพราะว่าไม่รู้จะไปทำอะไรหลังเลิกเรียน เด็กมอปลายหมาดๆอย่างเขาก็เลยตัดสินใจมานั่งดูเพื่อนเอาขำๆแทน

 

วงดนตรีของจงฮยอนนะ มีครบเกือบทุกตำแหน่งแล้ว ตอนนี้ขาดก็แค่มือเบสกับมือกลองเท่านั้นเอง แต่เท่าที่คีย์นั่งดูคนที่มาออดิชั่นเข้าวงแต่ละคนเล่น ก็ยังไม่เห็นแววคนที่น่าจะมาเป็นส่วนเติมเต็มของความสำเร็จอย่างที่คุณเพื่อนบอกเอาไว้เลยซักคน

 

คีย์เกือบจะลุกขอตัวกลับบ้านก่อนอยู่แล้ว หากว่าเด็กหนุ่มคนใหม่ที่เดินพ้นประตูเข้ามานั่นไม่ใช่คนที่เขาเคยเจอเมื่อสองวันก่อน

 

 

 

 

เด็กผู้ชายหน้าตาดีที่เขาเผลอไปตะคอกใส่นั่นไง

 

 

 

 

 

เล่นอะไรได้บ้างเนี่ย?

 

 

จงฮยอนถามคำถามแบบเดียวกับที่ถามคนอื่นไปเรื่อยๆ และฝ่ายนั้นก็ตอบกลับมาตามที่ถามไป

 

แต่ไม่รู้ว่าคีย์คิดไปเองคนเดียวรึเปล่า เพราะถึงคนตรงหน้าจะกำลังตอบคำถามของจงฮยอนอยู่ แต่ทำไมสายตาถึงมองตรงมาที่เขาเสียได้ล่ะ

 

 

 

เพราะอย่างนั้นคีย์เลยแสร้งทำเป็นหยิบนิตยสารดนตรีที่วางกองอยู่แถวนั่นขึ้นมาอ่านแก้เก้อ

 

จะมีก็ตอนที่คนตัวสูงกำลังเล่นเบสนี่แหละ ที่คีย์แอบเงยหน้าพ้นตัวหนังสือที่ถืออยู่ขึ้นมาแล้วจับจ้องไปที่ชายคนนั้น

 

 

 

 

แค่อยู่เฉยๆก็ดูดีจนจะแย่

 

แต่พอเล่นดนตรีแล้ว มันเท่ห์ซะจนหัวใจเต้นแรงเลยแหละ

 

 

 

 

นายชื่ออะไรนะ? จงฮยอนถามซ้ำหลังเสียงดนตรีที่ถูกเลือกมาเล่นโชว์ท่อนหนึ่งจบลง

 

มินโฮ...

 

 

 

มินโฮ...

 

หน้าตาก็ดี เล่นดนตรีก็เก่ง ชื่อก็เพราะ

 

คีย์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเพ้อไปก็ตอนนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

สรุปได้ว่ามินโฮสุดหล่อคนนั้นก็กลายเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของวงดนตรีไปโดยปริยาย คีย์เพิ่งมารู้เอาตอนหลังว่าชเว มินโฮคนที่ว่าเป็นนักเรียนที่เพิ่งจะย้ายมาใหม่ แล้วก็แสนจะพอดิบพอดี ย้ายมาอยู่ห้องเขาพอดีเท่านั้นเอง

 

ใจจริงก็อยากจะหาเรื่องไปนั่งดูพวกจงฮยอนซ้อมดนตรีเสียหน่อย แต่ก็นานๆไปทีเท่านั้นแหละ ขืนไปทุกครั้ง มีหวังโดนจงฮยอนจับได้กันพอดี เวลาจะไปทีก็ต้องทำไปพกโน่นพกนี่ไปอ่าน จะได้มีอะไรไว้บังหน้า

 

แล้วก็ไม่รู้ทำไม หมอนั่น ชอบมองมาทางเขาทุกทีซิน่า

 

 

 

 

 

 

คีย์ วันนี้จะมาดูซ้อมอีกมั๊ยเนี่ย

 

คนเป็นเพื่อนถามขึ้นกลางโต๊ะอาหาร มือยังแกะคอร์ดกีตาร์อยู่ไม่ยอมเลิก

 

 

ไม่แน่ใจ

 

 

เหอะ เอาเถอะ ถ้าจะมาละก็ให้มันน้อยๆหน่อยแล้วกัน

 

หมายความว่าไงว่ะ? ได้ยินประโยคที่พูดด้วยเสียงชวนจั๊กจี้นั่นแล้วก็ต้องหันไปหรี่ตาถาม

 

 

 

โหย ก็เล่นมานั่งจ้องตากันปริบๆทุกที ถ้ามือเบสฉันเล่นผิดโน้ตขึ้นมาก็ถือว่าเป็นความผิดนายนะ

 

คีย์ฟังแล้วก็หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที ไม่ต้องยกกระจกขึ้นมาส่องก็พอจะเดาได้จากอุณหภูมิแก้มสองข้างที่ร้อนจนเขาอยากจะระเบิดตัวเองไปตรงนั้น

 

 

ไอ้บ้า!”

 

ไหนๆระเบิดตัวเองไม่ได้แล้ว เลยหันไประเบิดลงใส่เพื่อนข้างๆแทน คีย์ตะโดนเสียงดังลั่นกลางโรงอาหาร สองมือก็รัวทุบคนปากมากทั้งโกรธทั้งอายปนกันไป ดีนะ ที่ไอ้บุคคลที่สามในประโยคสนทนาไม่ได้อยู่แถวนี้

 

โอ๊ยๆๆ พอแล้วแม่คุณ!! เจ็บเป็นนะโว้ย!!!”

 

 

 

คีย์ไม่ได้สนใจเสียงร้องห้ามของจงฮยอนเลยซักนิด

 

คนเราเวลามันเขินนะ มือหนักยิ่งกว่าเวลาโกรธอีกนะ จะบอกให้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คีย์นั่งเหงาๆอยู่คนเดียวที่ป้ายรถเมล์ ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่สายที่ตัวเองขึ้นจะมาเสียที

 

 

วันนี้ ไม่ได้ไปดูใครเขาซ้อมหรอก เปลี่ยนไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนก่อนกลับบ้านแทน

 

ก็ไอ้คุณเพื่อนรักเล่นล้อซะขนาดนั้น ใครมันจะมีหน้าไปนั่งสลอนอยู่ได้เล่า

 

 

นั่งรอเพลินๆจนไม่ทันสังเกตว่าที่นั่งยาวที่ตัวเองนั่งอยู่คนเดียวในตอนแรก มีใครอีกคนหนึ่งนั่งลงด้วย พอหันไปมองแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ ก็ต้องรีบชักหน้ากลับแทบไม่ทัน

 

 

โอ๊ย อยากจะบ้าตาย อุตส่าห์ไม่ไปที่ห้องซ้อม แต่มินโฮสุดหล่อคนนั้นก็ยังตามมาเจอจนได้ซิน่า

 

...ความจริงเขาก็คงไม่ได้ตามหรอก เขาก็มาของเขา ไอ้เราซิดันมานั่งอยู่ตรงนี้

 

โอ๊ยยยย ยย ย~

 

 

 

 

วันนี้ไม่ไปดูจงฮยอนเหรอ

 

คนที่มาใหม่ถามขึ้นพลางหันมาหา

 

 

เออ ขี้เกียจ เบื่อหน้ามัน

 

ตอบแบบขอไปทีแล้วก็ก้มหน้างุด พอเห็นอีกคนไม่ได้ถามอะไรต่อก็โล่งใจหน่อย ให้มานั่งคุยกันแค่สองคนแบบนี้ มันทำเอาคีย์อยากจะเขินจนลงไปกลิ้งกับพื้นเป็นที่สุด

 

 

แต่คงเพราะบรรยากาศมันเงียบไปหน่อย สุดท้ายคนตัวเล็กเลยต้องเอ่ยปากออกมาก่อน

 

แล้วนาย. ขึ้นรถสายไหนกลับบ้านเหรอ?

 

 

ถามขึ้นพร้อมกับที่รถบัสคันหนึ่งเลื่อนเข้ามาจอด ประตูเปิดออกให้ผู้โดยสารสองสามคนเดินลงจากรถ ก่อนจะปิดประตูลงเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเดินขึ้นมา แล้วรถโดยสารสาธารณะคันที่ว่าจึงค่อยๆเลื่อนห่างออกไป

 

 

คันนั้นมินโฮชี้

 

ห๊า!” คีย์มองตามรถที่เพิ่งเคลื่อนออกไปแล้วหันขวับกลับมาหา แล้วทำไมไม่ขึ้นไปล่ะ?

 

 

 

 

ก็ รอคีย์ไปก่อน แล้วค่อยไป

 

...

 

 

 

ก็ดี พูดแบบนี้ ก็ดี

 

จริงๆ ยิงเขาให้ตายตรงนี้ไปเลยยังจะง่ายกว่า

 

คีย์คิดอย่างนั้นจริงๆแหละ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขากำลังนั่งก้มๆเงยๆผูกเชือกรองเท้าอยู่ ตอนที่เพื่อนตัวดีนั่งแหมะลงข้างๆแล้วหันมาถาม

 

 

ตกลงไปถึงไหนกันแล้ว

 

อะไรไปถึงไหน? คีย์ถามแล้วกรอกตา ไม่ค่อยจะเข้าใจความหมายที่จงฮยอนพูดซักเท่าไหร่ เลยหันไปชะเง้อหน้าดูที่สนามว่าใกล้ถึงตาตัวเองวิ่งหรือยัง

 

 

วันนี้มีสอบวิ่งรอบสนาม เขาละอยากจะแกล้งป่วยเสียให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

ก็จีบกันไปถึงไหนแล้ว นายกับ...

 

หุบปากไปเลยนะ!”

 

 

โห ปากร้ายจังเนอะ จงฮยอนยังไม่ยอมหยุดตามที่คนเป็นเพื่อนบอก กลับนึกสนุก ขยับตัวเข้าไปถามใกล้ๆ

 

แกก็อย่าเล่นตัวนักเลย คนเขาอุตส่าห์จีบซะขนาดนี้แล้ว

 

หุบปากรอบที่สองเหอะไอ้บ้าเอ๊ยคีย์ขมุบขมิบปากพูด

 

นี่ระวังเขาเบื่อนะเว้ย ผู้ชายน่ะ ก็มีลิมิตความอดทน

 

 

 

คีย์มองคนที่พูดเหมือนถ่องแท้ในเรื่องพวกนี้ซะเต็มประดาแล้วก็อยากจะหาอะไรแข็งๆไปโขกหัวนัก

 

แล้วฉันไม่ใช่ผู้ชายเหรอไง?แก้ต่างให้กับตัวเองแล้วก็ยันตัวลุกขึ้น

 

 

แต่... จงฮยอนยังคงไม่ยอมแพ้กระโดดลุกขึ้นตามมาด้วย แกก็มีใจไม่ใช่เหรอไง แหมอย่านึกน่าว่าไม่รู้ เวลาเจอกันที่ อายม้วนซะ

 

ไอ้บ้า!! อย่ามาพูดเองเออเองได้มั๊ยว่ะ มีจงมีใจบ้าบอคอแตกอะไรเล่า ฉันเคยบอกตอนไหนว่าคิดแบบนั้นฮะ...

 

 

ลูกบอลลูกหนึ่งกลิ้งมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้า ด้วยความที่กำลังโมโหอยู่ คีย์เลยกำลังจะหันไปตั้งท่าด่าใครซักคนที่ซุ่มซ่ามเตะลุกบอลมาโดนเขานี่

 

แต่พอหันไปเท่านั้นแหละ ไอ้คำด่ายืดยาวที่เตรียมไว้ก็มลายหายไปในทันที

 

 

 

 

อ้าว มินโฮ..

 

 

จงฮยอนเรียกชื่อเพื่อนร่วมวงเสียงอ่อย ตัวเองก็ดูจะช็อคไม่ต่างกัน

 

 

แค่วิ่งมาเก็บลูกบอล ขอโทษที พูดจบก็ก้มลงเก็บลูกฟุตบอลของตัวเองตามที่ว่าแล้วหันหลังเดินดุ่มๆจากไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คีย์นั่งกำมือแน่นอยู่ที่หน้าห้องซ้อมดนตรี

 

 

ความจริงจะหนีกลับบ้านไปก่อนเหมือนที่แล้วมาก็ได้

 

แต่สองเท้ากับก้าวฉับๆมาที่นี่โดยอัตโนมัติ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม

 

 

เสียงดนตรีดังก้องออกมาถึงนอกห้องซ้อม เสียงจังหวะหนักแน่นของเบสในวันนี้ดูจะหนักมากเป็นพิเศษ หนักจนพาให้หัวใจเขาเต้นตาม

 

 

บางทีอาจจะเป็นเพราะสายตาแสนเศร้าที่มองมาคู่นั้น

 

 

 

ขอโทษที

 

 

 

 

 

เบื่อๆจริงๆเลย พวกที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่ผิด แต่มาพูดขอโทษเนี่ย

 

 

 

ประตูห้องซ้อมเปิดผละออก หน้าของคีย์รีบเงยหน้าขึ้น หลายคนเดินออกมาพร้อมๆกับเครื่องดนตรีของตัวเอง กระเป๋าใบโตบนหลังของเด็กชายหลายคนของอัดแน่นไปด้วยเนื้อเพลงและคอร์ดกีตาร์

 

เป็นเพื่อนสนิทของเขาที่หันมาก่อน ไม่ทันให้คีย์ได้เอ่ยทักอะไร จงฮยอนก็รีบตะโกนกลับเข้าไปในห้อง

 

 

มินโฮ!!! วันนี้มีคนมารอแน่ะ!”

 

 

พูดเสียเสียงดังจบแล้ว ยังมีหน้าหันมาทำขยิบตาให้เขาเสียสนิทสนม

 

ทำยังกะว่านัดกันมายังงั้นแหละ ไอ้เพื่อนบ้าเอ๊ย!

 

 

 

แล้วจงฮยอนก็รีบต้อนคนอื่นๆในวงให้เดินกันไปก่อน ท้ายที่สุดก็ยังไม่วายหันมาทำท่าไฟท์ติ้งให้นั่นแหละ คีย์แลบลิ้นใส่พร้อมกับทำหน้าตาดุเอาเรื่อง

 

แล้วก็ก่อนที่เขาจะทันได้ตะโกนด่าไล่หลังเพื่อน

 

คนที่รออยู่ ก็เดินออกมาจากห้องซ้อมดนตรี

 

 

 

คือ...

 

คีย์กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่คนตัวสูงกลับเดินเลยไปเสียนี่ สายตาช่างว่างเปล่าและอ่านไม่ออก ทำราวกับว่ามองไม่เห็นเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้นไปได้

 

 

คนตัวเล็กเบ้ปากมองตามหลังคนที่เดินหนีไปอีกทาง

 

ทำไมอยู่ๆก็อยากจะร้องไห้ขึ้นมาก็ไม่รู้ ถูกเมินเอาแบบนี้...

 

 

 

 

มินโฮ!”

 

 

ร่างสูงหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อ คงจะไม่ยอมหยุดง่ายๆอย่างนี้หรอก ถ้าหากว่าเสียงที่กำลังเรียกชื่อเขาอยู่นั้น ไม่ได้เหมือนว่ากำลังจะร้องไห้อยู่ด้วย

 

 

คีย์กัดริมฝีปากของตัวเองแน่น ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บ แต่ก็คงเทียบไม่ได้กับที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้

 

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น ฉัน...

 

 

คีย์อยากจะพูดอะไรหลายอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก ยิ่งเมื่อคนตัวสูงต้นเหตุของอาการอ้ำอึ้งๆเดินมาหยุดลงที่ด้านหน้า

 

 

 

 

 

ฉันน่ะ ชอบคีย์

 

 

คนตัวเล็กค่อยๆเงยหน้ามองคนที่กำลังพูดอยู่ในตอนนี้

 

 

เพราะอย่างนั้น ฉันถึงจีบคีย์

 

 

 

คนตัวเล็กยังคงจ้องหน้าคนที่ตอนนี้กลับก้มหน้างุดพูดแทน

 

 

แต่ถ้าคีย์ไม่ได้คิดอย่างนั้น ถ้าคีย์รำคาญ... ก็ขอโทษที

 

 

 

 

มินโฮรู้สึกว่า อะไรที่ควรจะพูด เขาก็ได้พูดไปหมดแล้ว

 

ซึ่งมันก็ดีแล้วละ ดีกว่าการเก็บเรื่องที่ไม่เข้าใจให้ค้างๆคาๆเอาไว้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นมองหน้ากันไม่ติดไปเสียเปล่าๆ

 

 

 

 

เป็นแฟนกันนะ

.

.

.

 

 

...

 

อะ... อะไรนะ

 

เด็กชายตัวสูงเงยหน้าขึ้นแทบไม่ทันหลังฟังประโยคนั้นจบ ไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า

 

 

ก็พูดไปแล้วไง ถ้าไม่ได้ยินก็ไม่พูดอีกแล้วนะ

 

คีย์ยกมือขึ้นมาปิดหน้า รู้สึกเหมือนอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นซะให้ได้

 

ให้ตายเหอะ นี่พูดอะไรออกไปเนี่ย

 

 

 

ฮะๆ เขินเหรอเนี่ย

 

คีย์เปิดหน้าของตัวเองออก เห็นคนตัวสูงกำลังหัวเราะจนต้องยกมือกุมท้องแล้วก็ทำปากแบะ

 

 

ไม่ได้เขินซะหน่อย

 

 

เขินซิ ถึงได้หน้าแดงไง

 

 

ก็บอกว่าไม่ได้เขินไงเล่า!” ยังพูดเสียงดังอย่างไม่ยอมแพ้ นี่ไปติดโรคช่างต่อความยาวสาวความยืดแบบนี้มาจากใครกันนะ

 

 

คีย์ คนที่เพิ่งจะหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเปลี่ยนมาพูดกับเขาด้วยเสียงนิ่งๆ พร้อมกับจ้องตามาแน่วแน่แทน

 

อะไร พอโดนจ้องกลับมาแบบนี้แล้ว คีย์ก็ชักจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเขินอยู่จริงๆ จะโดนมองแบบนี้อีกซักกี่ที ก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้อยู่ดี

 

 

 

ตกลงว่าเป็นนะ

 

 

 

 

เป็นอะไรเล่า

 

 

ที่จงฮยอนบอกว่าเขาน่ะชอบเล่นตัว อาจจะเป็นความจริง

 

ก็แหม... คนเรา ขอเล่นตัวหน่อยเหอะ

 

 

 

มินโฮยิ้มมาพร้อมกับสายตาที่ยังไม่ละจากไปไหน

 

 

ก็เป็นแฟนกันไง

 

 

 

 

 

 

เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน
ฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปร


เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน

ชีวิตก็เปลี่ยนผัน เปลี่ยนไปจากเดิม
เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจ ให้ใกล้กัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คีย์รีบวิ่งฝ่าฝูงเด็กนักเรียนที่ยืนออกันอยู่เต็มโรงยิม การแข่งขันบาสเก็ตบอลประจำปีการศึกษามักจะได้รับความสนใจจากคนทั้งโรงเรียนเสมอ เพราะเป็นประเพณีที่ทำกันมาทุกปีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบัน แถมการแข่งนี่ก็เหมือนจุดนัดรวมบรรดาคนดังจากแต่ละชั้นปีเสียด้วย

 

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านสนามบาสแห่งนี้เลยกลายเป็นแหล่งรวมตัวของเด็กชายหญิงทุกระดับชั้น โดยเฉพาะยิ่งรอบลึกๆแบบรอบก่อนชิงชนะเลิศที่เพิ่งจะแข่งจบไปเมื่อครู่

 

 

 

เขาก็ไม่เข้าใจนักหรอก ว่าทำไมบางคนถึงได้หมกมุ่นกับไอ้การแข่งขันนี่นัก

 

 

ทั้งพวกเพื่อนๆในห้องที่ก็พากันสนทนากันแต่เรื่องห้องไหนเป็นตัวเก็งจะได้แชมป์ ส่วนพวกผู้หญิงก็ง่วนอยู่กับการทำป้ายเชียร์

 

แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็ทำให้คนทั้งห้องหันมาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้

 

เสียอยู่ตรงที่... เวลาแข่งแล้วมันแพ้นี่ซิ

 

 

 

 

กว่าจะวิ่งมาถึงห้องพักนักกีฬาก็ทำเอาหอบอยู่เหมือนกัน คีย์ยันมือข้างหนึ่งไว้กับขอบประตู แล้วถึงชะโงกหน้าเข้าไปดูด้านใน

 

นักกีฬาที่เพิ่งจะแข่งเสร็จเริ่มทยอยกันออกมา คีย์เห็นสีหน้าเศร้าๆของเพื่อนๆแล้วก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ ก็เล่นซ้อมกันหนักขนาดนั้น เป็นใครมาลองแพ้บ้างก็คงจะนึกเสียดายไม่ต่างกัน

 

ยิ่งเสียงเฮฮาของฝ่ายที่ชนะดังลอดจากห้องถัดไป ก็ยิ่งพาลให้หัวใจมันห่อเหี่ยวน่าดู

 

 

ไม่เป็นไรหรอก เต็มที่แล้วคีย์พยายามยิ้มกว้างให้เพื่อนๆที่ทยอยกันเดินออกมา ไม่รู้จะพูดอะไรอื่นนอกจากบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก

 

ไปบอกไอ้คนข้างในนั้นหน่อยแล้วกัน เพื่อนร่วมห้องยิ้มกลับมาให้ ยิ้มให้รู้ว่าไม่เป็นไรแล้วน่า

 

 

 

คีย์มองข้ามไหล่คนเป็นเพื่อนเลยไปถึงด้านใน

 

ก็คนที่เหลืออยู่ข้างในนั้นแหละ ที่น่าเป็นห่วงที่สุด

 

 

 

 

 

ภาพเด็กชายตัวสูงนั่งพิงกับตู้ล็อคเกอร์สำหรับเก็บเสื้อผ้าปรากฏตรงหน้า ขาสองข้างยืดไปจนสุดความยาว ผ้าขนหนูชื้นเหงื่อผืนหนึ่งพาดอยู่บนไหล่ เสื้อทีมบาสที่มีชื่อกับเบอร์เสื้อตัวเองอยู่ด้านหลังยังคงสวมทับเสื้อยืดสีขาวอยู่ สีหน้าไม่บอกอารมณ์ใดๆบอกให้คีย์เดาได้ว่าเจ้าตัวกำลังผิดหวังอยู่มากแค่ไหน

 

ไม่ได้พูดอะไร แต่ทรุดตัวลงนั่งที่ข้างๆแทน มือเล็กเอื้อมไปจับมือใหญ่กว่าของคนตัวสูงมากุมไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปหา

 

 

รู้มั๊ยอะไรที่ฉันไม่ชอบที่สุดในโลก?

 

 

มินโฮที่ก้มหน้าอยู่ ค่อยๆเงยขึ้นแล้วมองไปทางคนข้างๆ ถึงจะกำลังรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะขำเอากับคำถามของคนตัวเล็ก

 

 

 

คีย์ไม่ชอบเวลาฉันจับได้ว่ากำลังเขิน

 

 

 

อิตาบ้า!” ว่าออกไปอย่างนั้นแต่ก็หัวเราะออกมา ก่อนที่แววตาสดใสนั้นจะค่อยๆหรี่ลงอย่างอ่อนโยน ฉันไม่ชอบเวลาที่นายทำหน้าแบบนี้ต่างหาก

 

 

แบบไหน?

 


           
ก็ไอ้หน้าแบบที่เหมือนโลกกำลังจะล่มสลายนี่นะซิ

 

 

มินโฮเอามือข้างที่ไม่ไดถูกกุมไว้ขยี้หัวคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วกระเถิบให้เข้ามาใกล้

 

ขอโทษนะ...

 

ขอโทษทำไมกัน ไม่ใช่ความผิดนายซะหน่อย

 

 

 

 

 

ต่อให้นายจะแพ้ตั้งแต่รอบแรก ฉันก็ยังรักนายนะเสียงของคีย์เอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะพูดต่อแล้วก็เอนหัวซบกับบ่าคนข้างๆ สำหรับฉัน มินโฮเป็นที่หนึ่งเสมอแหละ

 

 

ปากหวานจังนะ

 

คนที่เพิ่งจะนั่งซึมกับความพ่ายแพ้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ตอนนี้กลับกำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุขนัก

 

บางครั้งคำพูดแค่ไม่กี่คำ ก็ทำให้คนๆหนึ่งรู้สึกเหมือนกำลังชนะคนทั้งโลก

 

 

 

ต่อให้เสียงร้องรำทำเพลงจากห้องแต่งตัวนักกีฬาห้องข้างๆจะครึกครื้นขนาดไหน มินโฮก็รู้ดีว่าต่อให้เสียอย่างไร ก็ไม่มีใครยิ้มกว้างเท่าเขาในตอนนี้แน่ๆ

 

 

 

 

 

 

คงเป็นเพราะเราสองคน ไม่เหมือนกัน

 

...

เราถึงได้ มาพบกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะเราเป็นเหมือนส่วนที่ขาดของกันและกัน

 

...

เราถึงเข้ากันได้ดี

 

 

 

 

 

เสียงของพิธีกรบนเวทีกำลังประกาศรายชื่อของรางวัลที่วงดนตรีอันดับหนึ่งของการประกวดวันนี้จะได้รับ

 

นอกเหนือไปจากถ้วยชนะเลิศและเงินรางวัลจำนวนมหาศาลแล้ว สิ่งที่นักดนตรีทั้งหลายต่างเฝ้ารอเป็นที่สุด คงเป็นการเซ็นสัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของประเทศ

 

            คนดูมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาชมการประกวดในวันนี้ทำให้คีย์รู้ว่าที่จงฮยอนเคยบอกว่าให้มาแต่เช้าน่ะ ไม่ได้เว่อร์เกินจริงเลยซักนิด

 

 

และสำหรับวงที่เล่นได้โดนใจคณะกรรมการของเราที่สุดในวันนี้ คือวงดนตรีหมายเลข...

 

เสียงดนตรีแบ็คกราวยิ่งถูกเร่งให้เร้าใจขึ้นเมื่อมาถึงช่วงโค้งสำคัญ บนเวทีเหลือนักดนตรีที่ผ่านเข้ารอบอยู่เพียงสามวง

 

 

จากที่นั่งแถวหน้า คีย์มองเห็นกระทั่งจงฮยอนที่กำลังหลับตาปี๋แล้วขมุบขมิบปากพูดหมายเลขประจำวงของตัวเองในการแข่งขัน ก่อนจะไล่สายตาหาคนที่ยืนอยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน

 

 

มินโฮยืนอยู่ที่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าเพราะเห็นว่าเป็นแฟนตัวเองรึเปล่า คีย์ถึงได้รู้สึกว่ามินโฮดูเจิดจ้ายิ่งนักเมื่อยืนอยู่ใต้แสงไฟแบบนั้น หน้าที่ถูกแต่งเติมขึ้นนิด(แน่นนอนล่ะว่าโดยตัวเขาเอง - -จริงๆโดยเขาเองทั้งวงนั่นแหละ) ยิ่งทำให้ดูดีขึ้นเสียจนตัวเองชักจะเกิดอาการหวงขึ้นมานิดๆ เวลาพ่อคนหน้าตาดีหันไปกรีดกรายตาให้กับสาวๆที่มาดูด้วย

 

 

แต่ก็เอาเถอะ... ของแบบนี้

 

สาวๆพวกนั้นจะสวยแค่ไหน ก็ได้แค่แฟนคลับล่ะ

 

ว้า... ขอโทษทีนะ

 

 

 

 

 

ได้แก่... วงดนตรีหมายเลข... สามครับ!!”

 

 

 

 

 

 

 

พวกเขาได้รางวัลรองชนะเลิศ ซึ่งก็โอเค โอเคเจริงๆนะไม่ได้พูดปลอบๆกัน เพราะถ้าได้เห็นวงที่ชนะเลิศนั่นเล่น ใครๆก็คงยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าสมควรแล้วที่ได้ไป

 

 

คีย์ยืนดูพวกจงฮยอนกำลังตั้งท่าถ่ายรูปกันแล้วก็หัวเราะออกมาให้กับท่าทางที่ยื้อแย่งกันมาอยู่หน้ากล้องราวกับเด็กๆของแต่ละคน

 

 

 

 

 

 

 

 

ความจริงวันนี้ แอบเล่นผิดไปนิดหนึ่งด้วยล่ะ

 

มินโฮแอบสารภาพเมื่ออยู่กันแค่สองคน

 

 

 

ตื่นเต้นเหรอ

 

อืมพยักหน้ารับ

 

 

 

คนมาดูเยอะนี่นา ฉันยังตื่นเต้นเลย

 

ฉันตื่นเต้นเพราะคีย์มาดูนั่นแหละ

 

 

คนตัวเล็กฟังแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

 

 

 

พวกเขาเดินไปเรื่อยๆตามทางเดินเท้าในยามค่ำคืน แผงลอยสองข้างทางขายของน่ารักกระจุดกระจิกเต็มไปหมด ทำเอาคีย์ต้องฉุดคนตัวสูงกว่าให้แวะดูโน่นดูนี่อยู่เรื่อย

 

เสียงดนตรีจากศิลปินข้างทางในวันนี้ฟังดูเพราะเสียจนทั้งคู่ต้องหยุดยืนฟังจนกระทั่งจบเพลง

 

สองมือยังคงจูงกันไปเรื่อยๆตลอดทาง

 

 

 

หนาวมั๊ย?มินโฮถามขึ้นเมื่อลมระลอกใหม่พัดมาอยู่เรื่อยๆ ยิ่งดึกมากเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าอุณหภูมิจะลดลงเท่านั้น

 

 

ฤดูหนาวกำลังจะมาถึงแล้วซินะ

 

 

ไม่หรอก คีย์ว่า แต่ก็เดินเข้าไปให้ชิดกับคนตัวสูงมากขึ้น มือนาย อุ่นจะตายไป

 

 

 

เหรอ...

 

อืม

 

 

 

 

คนนี้แหละ มินโฮ...

 

 

 

 

งั้นก็จับไว้แน่นๆนะ ห้ามปล่อยด้วยล่ะ

 

 

 

 

คนนี้แหละ แฟนผม...

 

 

 

 

 

คีย์หันหน้าไปทางคนที่พูดแล้วก็รีบพยักหน้า

 

 

ไม่มีวันอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะว่าเป็นผมกับเขา

 

...

เราถึงได้ เป็นแฟนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

{THE END}

 
 

 

 

*ลองเอาฟิคมาลงที่บล็อคดู -ฝากด้วยแล้วกันนะคะ :]
ถ้ามันดูพอจะไปได้ วันหลังจะเอามาลงเรื่อยๆละกันจ้า~

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หื้มมมมมมมมมมมม
ขอให้ไปได้ดี ลงบล็อกก็ดีน้า คนอ่านจะได้ทั่วถึง :}

+

HAPPY HALLOWEEN DAY
รักเสมอ ~

#1 By ★karake~ on 2009-10-31 22:37

ฟิคน่ารักมากเลยค่า ^^

เป็นกำลังใจให้น้าา ส่วนตัวเราชอบมากอ่าา

แล้วจะติดตามผลงานจ้า ~

#2 By Micke_! (124.120.75.124) on 2009-11-01 01:13

แอ่ก

น่ารักๆ

เขินๆ
>///<

#3 By satong on 2009-11-04 01:32

พี่ฝ้ายคร้าาาาาาา^^
ชอบเรื่องนี้มากเลยอ่ะ
ชอบความรู้สึกที่เป็นแบบนี้ จิ๊ดได้ใจ คิคิ
อ่านหลายๆเรื่องของพี่แล้วชอบมากเลยค่ะ
เขินแทนอ่ะ แต่งได้ไงเนี้ย>3<

แต่!!!!! สู้น้องในสวนไม่ได้หรอกเว้ย
พี่แต่งไหลรื่นกว่านี้เยอะ 55+

เป็นกำลังใจให้เน้อ!!
คิคิ ฮุฮุ ฮ่าฮ่า///////

#4 By SweetyPink (158.108.169.77) on 2009-11-07 19:09